วันพุธที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2556

10 อันดับ คณะที่ วัยรุ่นเลือกมากที่สุด ใน admission ปี 55



10 อันดับ คณะที่ วัยรุ่นเลือกมากที่สุด ใน admission ปี 55


อันดับ 10 คณะพยาบาลศาสตร์ สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
รับ 50 คน สมัคร 1,310 คน อัตราการแข่งขัน 1:27
คณะเรียน
อันดับ 9 คณะวิทยาศาสตร์ มศก.
รับ 300 คน สมัคร 1,611 คน อัตราการแข่งขัน 1:6
อันดับ 8 คณะการบัญชีและการจัดการ สาขาวิชาบัญชีบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.)
รับ 175 คน สมัคร 1,652 คน อัตราการแข่งขัน 1:10
อันดับ 7 สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.)
รับ 840 คน สมัคร 1,748 คน อัตราการแข่งขัน 1:3
admission ปี 55
อันดับ 6 คณะวารสารศาสาตร์และสื่อสารมวลชน พื้นฐานศิลปศาสตร์ รูปแบบที่1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.)
รับ 200 คน สมัคร 1,772 คน อัตราการแข่งขัน 1:9
อันดับ 5 คณะครุศาสตร์ สาขาวิชาการประถมศึกษา (หลักสูตร 5 ปี) มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต (มสด.)
รับ 60 คน สมัคร 1,784 คน อัตราการแข่งขัน 1:30
admission ปี 55
อันดับ 4 คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สาขาวิชานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร (มศก.)
รับ 350 คน สมัคร 1,810คน อัตราการแข่งขัน 1:5
อันดับ 3 คณะครุศาตร์ จุฬาฯ รับ 150 คน สมัคร 1,813 คน อัตราการแข่งขัน 1:13
admission ปี 55
อันดับ 2 คณะวิทยาศาสตร์ หาดใหญ่ ประเภทวิชาวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์(ม.อ.)
รับ 160 คน จำนวนผู้สมัคร 1,906 คน อัตราการแข่งขัน 1:12
admission ปี 55
อันดับ 1 วิทยาลัยพยาบาลตำรวจ
จำนวนรับ 56 คน จำนวนผู้สมัคร2,850 คน อัตราการแข่งขัน 1: 51
admission ปี 55

วันอาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ครูคือใคร?????

# ความหมายของคำว่า "ครู"


ครูคือผู้เป็นที่พึ่ง ในตำบลหมู่บ้านในชนบท เมื่อชาวบ้านมีปัญหาอะไร ก็มักจะไปหาครู ไปถาม ไปขอให้ ช่วยตัดสิน ว่าอะไรผิดอะไรถูก เพราะเขามีความมั่นใจว่า ครูเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ พร้อมด้วย ความเมตตากรุณา ยินดีที่จะช่วยเหลือแนะนำในสิ่งที่ถูกต้อง เป็นที่พึ่ง ซึ่งจะให้คำปรึกษาหารือ แก่เขาได้ นี่เป็นเกียรติของครูที่ควรแก่การภาคภูมิใจ
ครูคือผู้เปิดประตูคอก เจ้าประคุณท่านอาจารย์สวนโมกข์ท่านใช้คำพูดว่า ครูเป็นผู้เปิดประตูคอก ที่ขังสัตว์ ไว้ในความมืด ให้ได้ออกไปสู่แสงสว่าง หรือเป็นผู้เปิดประตูคุกแห่งอวิชชา ให้สัตว์ออกมา เสียจากความโง่เขลา
ครูคือผู้ฝึก นอกจากนั้นท่านยังเห็นว่า ครูคือผู้ฝึก เป็นดังสารถีผู้ฝึกสัตว์ให้เชื่อง เหมือนอย่างนายสารถี ผู้ขับรถม้าหรือเกวียน ครูจึงต้องเป็นผู้มี ความเมตตาปรานี ไม่ใช้อำนาจดึงดันเอาแต่ใจของตัว เพราะการฝึกโดยการฟาดฟันลงไปด้วยแส้ ด้วยไม้ ด้วยตะขอสับนั้น ก็แน่นอนที่สุดว่า ย่อมจะไม่ได้รับ ความรัก ความจงรักภักดีจากสัตว์ที่ตนฝึก มันยอมให้ก็เพราะกลัว สบโอกาสเมื่อใดก็ต่อต้าน
ครูคือผู้ให้แสงสว่าง ให้ความรู้แก่ศิษย์อย่างทั่วถึง ทั้งวิชาการทางโลก และวิชชาอันเป็นปัญญาด้านใน
                                                                     

ครูจึงต้องศึกษา ฝึกฝน อบรมตนเองให้พร้อมทั้งวิชาและวิชชา วิชานั้นเรียนรู้จาก ตำรา ครูอาจารย์ และ ประสบการณ์ได้ แต่วิชชาจะเกิดขึ้นได้ ต้องมาจากการศึกษาด้านใน ด้วยการหมั่นมองดู ใคร่ครวญ ถึงสิ่งอันเป็นสัจธรรม
กฎธรรมชาติที่มนุษย์ทุกคนควรรู้คือ "ประกอบเหตุอย่างใด ผลอย่างนั้น" ถ้าเห็นความจริงข้อนี้ เมื่อมีปัญหา เกิดขึ้นก็จะมีปัญญาพิจารณา รู้ว่าควรแก้ไขอย่างไร จึงจะเป็นการกระทำที่ถูกต้อง และเมื่อได้ประกอบเหตุปัจจัยในส่วนของเรา อย่างเต็มความสามารถ แล้วก็สบายใจ ภาคภูมิใจได้ ส่วนผล จะเป็นอย่างไรนั้น ต้องยอมรับว่ายังมีเหตุปัจจัยอื่นๆ เป็นส่วนประกอบอีก
หากสามารถรักษาความเป็นปกติของจิตไว้ได้อย่างนี้ พอมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น ก็จะไม่ไปเที่ยวโทษคนนั้น คนนี้ สิ่งโน้นสิ่งนี้ เกิดสัมมาทิฏฐิเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ครูคือผู้นำทางจิตวิญญาณ ที่จะนำพาศิษย์ไปในทิศทางที่ถูกต้อง ด้วยการพัฒนาจิตให้เกิดสัมมาทิฏฐิ มีความคิด ความเห็นที่ถูกตรง อันจะนำไปสู่การคิด พูด และทำในสิ่งที่ถูกต้อง
ดิฉันประทับใจในคำพูดของท่านอาจารย์ สวนโมกข์ ท่านกล่าวว่า คนมีบุญคือคนที่เกิดในตระกูลที่มี สัมมาทิฏฐิ ในสายตาของคนทั่วไป คนมีบุญ คือคนมีหน้ามีตา มีทรัพย์สมบัติ ชื่อเสียง เกียรติยศ พร้อมมูลในเรื่องของวัตถุ แต่สิ่งเหล่านี้คงทนถาวรอยู่ได้ตลอดไปไหม? เราก็คงเคยเห็น หลายครอบครัว หลายตระกูล ที่ดูเหมือนว่าทรัพย์สินที่มี กินใช้ไปเป็นร้อยปีก็ไม่หมด แต่แล้วก็ต้องสูญสิ้น ล้มละลายไป นั่นเพราะเหตุใด? ก็เพราะ ไม่รู้จักใช้ ไม่รู้จักรักษา ไม่รู้จักกำจัดสิ่งที่จะมาบ่อนทำลาย แต่ครอบครัว ที่มีสัมมาทิฏฐินั้น แม้บ้านช่อง อาจจะไม่โอ่โถงใหญ่โต พ่อแม่ไม่ได้มี อำนาจวาสนาอะไรมากมาย แต่เป็นผู้ประพฤติตนอยู่ในหนทางที่ถูกต้อง เลี้ยงดูครอบครัว ให้ลูกได้มีการศึกษาเล่าเรียน ตามควรแก่ฐานะ อบรมสั่งสอน ให้ลูกเป็นคนดี ครอบครัวก็อยู่เป็นสุข
ฉะนั้น ความเป็นครูจึงเป็นของหนัก ครูที่แท้จริงจึงเป็นผู้ควรแก่การเคารพสักการะ ควรแก่การบูชา เป็น ปูชนียบุคคล ผู้เป็นที่พึ่ง และผู้นำ ทางจิตวิญญาณแก่สังคม

               

วันจันทร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ครูอาชีพ กับ อาชีพครู

ครูอาชีพ กับ อาชีพครู

                     

            ครูอาชีพ  หมายถึง  ครูที่เป็นครูด้วยใจรัก มีความพร้อมในทุก ๆ ด้านที่จะเป็นครู ประพฤติตัวดี   วางตัวดี    เอาใจใส่และดูแลศิษย์  ปฏิบัติหน้าที่ด้วยจิตวิญญาณของความเป็นครู
                ส่วนคำว่า “ อาชีพครู”  คือ ครูที่ใช้วิชาความรู้ที่ร่ำเรียนมา เป็นเครื่องมือในการหาเลี้ยงชีพ  ไม่ได้เป็นครูด้วยใจรัก  หรือสมัครใจ  ครูประเภทนี้ไม่จำเป็นต้องเรียนวิชาชีพครู แค่สอนจบไปวัน ๆ หนึ่งก็พอแล้ว โดยไม่สนใจว่าศิษย์จะเข้าใจ หรือไม่เข้าใจก็ตาม ขอให้มีเงินเดือนตามวิทยฐานะก็พอ
                ในสังคมปัจจุบัน ภาวะวิกฤตคุณธรรม วัตถุนิยมพัฒนาไปอย่างรวดเร็วสวนทางกับจิตใจที่ลดต่ำลงเรื่อย ๆ
ในระยะหลังมักจะมีข่าวที่ไม่ดีนักเกี่ยวกับบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงข่าวเกี่ยวกับครูที่ประพฤติตัวไม่เหมาะสม ทำให้ผู้ประกอบวิชาชีพครูที่ดีทั้งหลายได้รับผลกระทบจากการดูถูกดูแคลนจากสังคมเป็นอย่างมาก
                เป็นไปได้หรือไม่ว่า ความประพฤติที่ไม่เหมาะสมที่เกิดขึ้นในวงการวิชาชีพครู  เพราะในปัจจุบัน คนดี คนเก่ง ไม่เรียนครู  คนเป็นครูด้วยแรงจูงใจในการเข้าสู่วิชาชีพที่ค่อนข้างต่ำ   ไม่ศรัทธาต่อวิชาชีพครู  จึงไม่สนใจรักษาเกียรติและศักดิ์ศรีแห่งความเป็นครูของตน  อีกทั้งในวงการวิชาชีพครูเอง  ร ะบบการพัฒนาบุคลากรยังไม่มีประสิทธิภาพมากพอ  จึงไม่สามารถสร้างเสริมความเป็นครูอาชีพให้งอกงามเข้มแข็งขึ้นในตัวครูและบุคลากรทางการศึกษาได้   ภูมิต้านทานต่อสภาพสังคมวัตถุนิยมที่วิกฤตคุณธรรมของคนในวงการจึงต่ำ 
                ความสำคัญของประเด็นนี้ก็คือ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นต่อตัวผู้เรียน  เพราะหากผู้เรียนมีครูที่เป็นแค่ผู้ยึดอาชีพครูเพียงเพื่อหาเลี้ยงชีพตนเองแล้ว อะไรจะเกิดขึ้นกับพวกเขา               สุดท้ายนี้  ผู้เขียนในฐานะที่เป็นครูคนหนึ่งขอฝากถามเพื่อนๆ ครูทั้งหลายว่าเราจะเป็น
                        “ครูอาชีพ” หรือจะยึด “อาชีพครู” เพื่อตนเองดี

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

วันศุกร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2556

อาชีพพยาบาล

อาชีพพยาบาล


    

รายละเอียดของอาชีพ
        อาชีพพยาบาล   คือ อาชีพที่เกี่ยวข้องการการดูแลผู้ป่วย  เช่น  วิเคราะห์ข้อมูลสภาพของผู้ป่วยเพื่อใช้ในการวางแผนรักษาพยาบาล    ค่อยช่วยเหลือฟื้นฟูสุขภาพของผู้ป่วย  ให้กำลังใจ  และใช้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ  การรักษาสุขอนามัยของผู้ป่วย  เป็นต้น   


ลักษณะงานที่เกี่ยวข้องกับอาชีพ
1. วิเคราะห์ข้อมูล เพื่อใช้ในการพยาบาลผู้ป่วย
2. เป็นผู้ช่วยแพทย์ในการสังเกต ความเปลี่ยนแปลงอาการของผู้ป่วย
3. ช่วยเหลือฟื้นฟูสุขภาพของผู้ป่วย
4.ให้คำแนะนำด้านสุขภาพ
5. ให้ความรู้ด้านสุขอนามัย
6. วางแผนการส่งเสริมสุขภาพของผู้ป่วย
7.  ให้กำลังใจผู้ป่วย
8. อื่น ๆ
 
คุณสมบัติของผู้ประกอบอาชีพ
1. มีใจรักในงานบริการ 2. มีสุขภาพจิตดี
3. เป็นผู้มีมนุษย์สัมพันธ์ดี  4. ใจเย็น  5. มีจิตสาธารณะ  เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่  6. อดทนต่อสภาพแรงกดดันได้ดี7. อื่น ๆ

แนวทางการพัฒนาอาชีพ
1. พยาบาลวิชาชีพ
2. พยาบาลประจำโรงพยาบาลของรัฐ
3.  พยาบาลประจำโรงพยาบาลของเอกชน
4.  พยาบาลในโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ
5.  พยาบาลตามโรงเรียนต่าง ๆ
6. อาจารย์สอนวิชาชีพพยาบาล
7. สถานสงเคราะห์คนชรา
8.  สถานสงเคราะห์เด็ก 
7. อื่น ๆ

ข้อคิดเห็นเพิ่มเติม
 อาชีพพยาบาลเป็นอาชีพที่น่ายกย่อง  เนื่องจากเป็นผู้ที่ต้องค่อยดูแลรักษาพยาบาลคนไข้และทนต่อแรงกดดันจากที่ทำงานและคนไข้  เพราะคนไข้ส่วนมากจะมีอารมณ์หงุดหงิดง่าย  พยาบาลจึงต้องทดต่อสภาพแรงกดดันดังกล่าวและเข้าใจคนไข้ว่า  คนไข้มีความเครียด  ผู้ปฏิบัติหน้าที่พยาบาลจึงเป็นผู้ที่น่ายกย่อง  และเป็นอาชีพที่มีเกียรติ  น้อง ๆ  ที่สนใจอาชีพพยาบาลลองศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมหลายๆ  แหล่งดูนะ

วันพุธที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

การเตรียมตัวก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย


การเตรียมตัวก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย



1. หาจุดหมายให้ได้ว่าจะเรียนอะไร ด้านไหน หาตัวตนให้พบ หาให้เจอตั้งแต่อยู่ ม.ต้น หรือ ประถมเลยยิ่งดี แต่ถ้า เพิ่งค้นพบตอน ม.ปลายก็ไม่สาย
2. เมื่อค้นพบแล้วว่าอยากเรียนด้านไหน ควรศึกษาหาความรู้ในด้านนั้นๆ นอกเหนือจากที่ได้เรียนในห้องเรียน เดี๋ยวเราจะมาดูเป็นสาขาๆเลยว่าแต่ละสาขาเตรียมตัวอย่างไร
3. หาข้อมูลเกี่ยวกับคณะนั้นๆ ว่าเรียนอะไรบ้าง
4. เมื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับคณะนั้นแล้ว มาหาข้อมูลแอดมิดชั่นกันบ้างว่า ในคณะนั้นๆใช้คะแนนส่วนไหนบ้าง ....ยิ่งตอนนี้ แอดมิดชั่น เปลี่ยนไปเรื่อย เรายิ่งต้องติดตามหาข้อมูลอยู่เสมอ
5. สำหรับใครที่ไม่อยากแอดมิดชั่น ควรหาข้อมูลโควตา รับตรง อยู่เสมอ บางที่มีทุนการศึกษาให้ด้วย ยิ่งดี



วันเสาร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

วิธีสร้างสุข ในบ้าน


วิธีสร้างสุข ในบ้าน



      ความสุขเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนต้องการ ไม่ว่ายากดีมีจน ก็อยากให้ตนเองนั้นมีความสุข คนอื่นจะเป็นอย่างไรก็ช่างที่ตนคิดว่าทำแล้ว
ตนเองจะมีความสุขหรือถ้าได้สิ่งที่ต้องการแล้วตนเองก็จะมีความสุขเช่นกันบางคนออกไปแสวงความสุขนอกบ้านสุดท้ายคุณก็ต้องกลับเข้า
บ้านเหมือนเดิม ดังนั้นแหล่งที่สร้างความสุขให้กับชีวิตให้กับคุณที่ดีที่สุดคือ บ้าน ครอบครัว เพราะครอบครัวนั้นหากมีความรัก ความเข้าใจ
ความอบอุ่น มีความเห็นใจกัน ปัญหาต่าง ๆ ที่คิดว่าใหญ่หลวงนัก หากมคนคอยให้กำลังใจคนคอยช่วยเหลือ สิ่งที่เป็นปัญหาใหญ่เหล่านั้นก็
ดูเล็กไปทันที แต่จะทำอย่างไรที่จะทำให้ครอบครัวของคุณมีความสุข

      ครอบครัวจะมีความสุขได้ถ้าทุกคนรู้จักวิธีอยู่ร่วมกันร่วมมือร่วมใจกัน ทุกคนในครอบครัวมีความสำคัญและทุกคนในครอบรัวรู้จักบทบาท
หน้าที่ของตนเอง แต่ยางครอบครัวมักจำกัดบทบาทหน้าที่ของคนในครอบครัว เช่นมีข้อกำหนดห้ามลูกแสดงความคิดเห็น ห้ามลูกทำในสิ่ง
ที่พ่อแม่ไม่ชอบใจ เป็นต้น ข้อห้ามเหล่านี้ มักจะทำให้สมาชิกในครอบครัวอึดอัด แล้วก็ไม่มีความสุข ดังนั้นครอบครัวที่น่าอยู่และมีความสุขน่า
จะร่วมมือร่วมใจกัน   ปฏิบัติดังนี้   

1. การทำงานบ้านร่วมกัน ช่วยกันคนลไม้ละมือไม่ใช่ว่างานบ้านเป็นหน้าที่ของผู้หญิงหรือคนใดคนหนึ่งการที่พ่อบ้านมาช่วยปัดกวาดบ้าน
    หรือล้างถ้วยชามไม่เห็นจะเป็นเรื่องแปลกอะไร ดีเสียอีก จะได้เป็นตัวอย่าง ให้แก่ลูกๆ โดยเฉพาะลูกชายเขาจะได้เป็นคนที่มีน้ำใจต่อคนอื่น 
 
2. ทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย สนุกสนาน ในโอกาสพิเศษของคนในครอบครัวอย่างสม่ำเสมอ เช่นประเพณีรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ จัดงานปีใหม่
    สังสรรค์กันในครอบครัวหรือหาเวลาพาครอบครัวไปท่องเที่ยวช่วงวันหยุด ไม่หาความสุขที่สร้างปัญหา เช่น ดื่มเหล้า หรือเล่นการพนัน

3. การพูดจาที่ถนอมน้ำใจกัน พูดชื่นชมเมื่อทำในสิ่งที่ดี พูดให้กำลังใจเมื่อผิดหวัง ขอโทษเมื่อทำผิด รู้จักการขอบคุณเมื่อมีคนเอื้อเฟื้อ   

4. ยิ้มแย้มให้กันอยู่เสมอ จะช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีในครอบครัว

     ครอบรัวนั้นมีสมาชิกหลายคน การที่ครอบครัวจะมีความสุขนั้น สมาชิกทุกคคนก็ต้องมีความสุขพร้อมหน้าพร้อมตากันด้วย และการที่ทุกคน
ร่วมมือกันคนละเล็กละน้อยแต่ครอบครัวมีความอบอุ่น มีความรักความเข้าใจกันนั่นแหละ คือสิ่งที่มนุษย์ทุกคนต้องการ แต่ทุกสิ่งที่คุณต้องการ
ก็ตัวคุณเท่านั้นที่จะต้องเป็นคนทำเองแล้วเมื่อคุณทำได้ คุณก็จะภาคภูมิใจที่คุณมีความสามารถ สร้างสุขในบ้านได้เหมือนกัน
     
.........................